
หลัง จากเปิดตัวมาได้ไม่กี่วันก็มีทั้งเสียง อวย และเสียงบ่นตามกันออกมาปะปนกันไป ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเรื่องหลายๆคนยังไม่ทราบรายละเอียดแบบเต็มๆของ Windows Phone 7 series กันดีนั่นเอง ซึ่งในตอนนี้ข้อมูลส่วนใหญ่ก็คือข้อมูลที่โพสบอกตามๆกันมา ในโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งระบบปฎิบัติการใหม่แบบแกะกล่องของ ไมโครซอฟท์ในครั้งนี้จริงๆแล้วมันยังมีอะไรซ่ออยู่ภายในเยอะ วันนี้เราลองไปศึกษา ไขข้อข้องใจกับระบบปฎิบัติการใหม่นี้กันดูดีกว่าครับว่ามันมีข้อดีและข้อ จำกัดอะไรบ้างนะ
1. Windows Phone 7 series พัฒนามาจาก Windows CE 6 kernel, เหมือนกับเครื่อง Zune HD, ในขณะที่ Windows Mobile รุ่นปัจจุบันนั้นอยู่บนพื้นฐานของ Windows CE 5 การออกแบบครั้งใหม่ของไมโครซอฟท์นั้น เน้นไปด้านการใช้งานในรูปแบบของ Social Networking เป็นส่วนใหญ่ การทำงานเมนูต่างๆจะใช้นิ้วควบคุมเป็นหลัก

2 เป็นระบบปฎฺบัติการที่ต้องการความสามารถของ Hardware ค่อนข้างสูงมากโดยมีความต้องการขั้นต่ำดังนี้ครับ
- จอขนาดใหญ่แบบ Large WVGA
- มีปุ่มการทำงานตัวอย่างอย่างน้อยห้าปุ่มคือ Start, back, search , camera , power
- Capacitive multi touch
- CPU and GPU requirements อย่างน้อยต้องเป็น 1GHz
- Wi-Fi
- AGPS
- Accelerometer
- FM radio
- High resolution camera

3.อินเตอร์ เฟสการใช้งานของ Windows Phone 7 series ถูกเปลี่ยนใหม่แบบยกเครื่องหมด ซึ่งรูปแบบหน้าจอต่างๆจากเดิมใน Windows mobile จะเป็นลักษณะ icon และเมนูคำสั่งต่างๆจะถูกเปลี่ยนหน้าตาเป็นแบบคล้ายๆกับของ Zune HD ผสมกับ Windows Media center UI ซึ่งรูปแบบใหม่นี้จะมีชื่อเรียกว่า Metro นั่นเอง โดยพยายามลดทอนกราฟฟิคและความไม่จำเป็นออกไปเกือบหมด เหลือรูปแบบที่ใช้นิ้วควบคุมได้แบบง่ายๆ แป้นคำสั่งต่างๆจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน รูปแบบเมนูโปรแกรมการใช้งานในเครื่องจะถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆซึ่งจะเรียกง่ายๆ ว่า Hub เป็นลักษณะจุดรวมของการใช้งานในแต่ละหมวดหมู่ เช่น ภาพถ่าย , VDO , เพลง และ รายชื่อข้อมูลบุคคลต่างๆ
สำหรับข้อมูลต่างๆใน Hub ส่วนต่างๆนั้น เราสามารถเลือกดูข้อมูลได้สองรูปแบบคือ ข้อมูลจากในเครื่องเอง หรืออาจจะใช้การเชื่อมต่อผ่านทาง WiFi / GPRS ในการดึงข้อมูลจากทางฝั่ง Server มาแสดง ซึ่งเป็นลักษณะที่เราเรียกกันว่า cloud-connected สำหรับรูปแบบ Hub ในเครื่องนั้นจะถูกแบ่งออกดังนี้

People hub:
เป็น จุดรวมการใช้งานด้าน Gmail , Exchange , Facebook ,Twitter , Windows Live และข้อมูลการติดต่ออื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยเราสามารถอัพเดทสถานะและภาพถ่ายของรายชื่อต่างๆได้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยผ่านการเชื่อมต่อระบบภายในเครื่อง ซึ่งจะทำให้เราสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเพื่อนๆได้ตลอดเวลา

Pictures hub
เป็น จุดรวมด้านภาพถ่ายไม่ว่าจะเป้นภาพถ่ายจากใน memory ของเครื่องเอง หรือจะใช้ในลักษณะ Cloud connected เพื่อดึงข้อมูลจาก Facebook , Windows Live นอกจากเราจะสามารถดึงข้อมูลรูปต่างๆมาจากในส่วนของ Social Netowrking ต่างๆได้แล้วเรายังสามารถอัพโหลดภาพถ่ายต่างๆได้จากในส่วนนี้อีกด้วย
Games hub
จุด รวมความบันเทิงด้านเกมส์ที่เชื่อมต่อกับ Xbox Live ซึ่งในส่วนนี้เค้ายังไม่ได้โชว์กันให้เห็นอย่างเต็มที่ครับว่ามันจะเป็น ลักษณะไหน แต่ก็น่าจะไม่แตกต่างจาก Xbox Live ในเครื่อง Xbox 360 คือเป็นจุดรวมการเล่นเกมส์ออนไลน์ที่ทำให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมด้วย กันนั่นเอง

Music + Video hub
ส่วน ด้านความบันเทิงด้าน VDO และเสียงเพลงนั้น พูดกันง่ายๆว่า มันยกเอา Zune HD มาใส่ในระบบปฎิบัติการนี้แบบเต็มๆเลยครับ โดยสามารถเข้าไปเลือกเพลงที่จะฟังพร้อมดาวโหลดเพลงต่างๆผ่านทาง WiFi หรือ 3G พร้อมภาพหน้าปกเพลงต่างๆในแบบเดียวกับ Zune HD

Marketplace hub
แหล่ง รวมข้อมูลไฟล์โปรแกรมต่างๆที่เราสามารถเชื่อมต่อเพื่อ Download มาติดตั้งหรือนำมาใช้งานได้ ซึ่งก็ไม่แตกต่างจาก Market ในเครื่องแพลตฟอร์มอื่นๆนั่นเอง

Office hub
ใน ส่วนของการใช้งาน office นั้นทางไมโครซอฟท์เน้นโชว์แต่เรื่องของ OneNote และ SharePoint Workspace เท่านั้น แต่หากมองในแง่การใช้งานที่ผ่านๆมา ยังไงไมโครซอฟท์ก็ต้องทำให้ Windows Phone 7 series เป็นเครื่องมือตัวสำคัญในการเชื่อมต่อกับ MS Office ให้ได้มากกว่าที่ผ่านๆมา โดยรูปแบบการทำงานที่ว่ากันว่าก็คือ มันจะใช้การเชื่อมต่อไปได้ทุกที่เพื่อการแชร์ข้อมูลไฟล์ เอกสารต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนว่ามันเป็นเพียงอุปกรณ์ในการดึงข้อมูลมาเพื่อดูและแก้ไขทำงานเอกสาร ต่างๆ

สำหรับ โปรแกรมอื่นๆเล็กๆน้อยที่เป็นโปรแกรมประจำตัวระบบปฎิบัติการใหม่นี้ก็ยังมี อีกหลายๆส่วนเช่น Email / Calendar/ SMS / Phone / Internet explorer ซึ่งในส่วนของ Browser นั้นทาง MS เอง พยายามสร้างรูปแบบใหม่ให้กับ IE โดยจะพัฒนาให้มีความใกล้เคียงกับ Browser บน PC ให้มากที่สุด และยังรองรับระบบ Multi Touch ในการ Zoom ดูข้อมูลต่างๆ ส่วนการ Search ข้อมูลนั้นจะผ่านโปรแกรม Bing Search และ Bing Map

การ มาของ Windows Phone 7 ในครั้งนี้หากดูในตอนนี้ถือว่าตลาดยังให้การต้อนรับไม่ค่อยเต็มที่เท่าไรนัก เพราะด้วยรูปแบบที่เปลี่ยนใหม่ซึ่งอาจจะทำให้หลายๆคนยังไม่ชินตาและชินรูป แบบการใช้งานเท่าไรนัก แต่ก็ต้องเข้าใจครับว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งที่ยอม ละทิ้งรูปแบบเดิมๆแบบเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้กันไปเลย
เมื่อดูจาก Spec ทางด้าน Hardware ที่รองรับกับ Window Phone 7 แล้ว ถือว่าต้องการ Spec ที่ค่อนข้างสูงทีเดียว ซึ่งอาจจะเป็นผลพลอยทำให้ PDA Phone รุ่นใหม่ๆที่จะใช้ Windows Phone 7 อาจจะมีราคาที่สูงอยู่พอสมควร และเมื่อเทียบกับ PDA Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Google Android ที่กำลังมาแรง และเน้นขายตัวเครื่องในราคาที่ไม่สูงมากนัก แถมยังมี Application ให้ใช้งานฟรีกันอย่างมากมาย ก็อาจจะทำให้ PDA Phone ที่ใช้ Windows Phone 7 ต้องเหนื่อยกับการทำตลาดมากพอสมควร
หากมองย้อนไป เมื่อปี 2000 หรือเมื่อสิบปีก่อน เหตุการร์แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วในสมัยที่ไมโครซอฟท์ ทำ Windows CE แล้วแพ้ทาง Palm OS แบบกระจุยกระจาย จึงหันมายกเครื่องออกระบบปฎิบัติการ Pocket PC ออกมาแต่ในครั้งนั้นมันทำให้ตลาดตกใจและแปลกใจกับความแปลกใหม่จนในที่สุด Pocket PC ก็ฟาดตลาด PDA ไปจาก Palm จนเกือบหมด แต่ในครั้งนี้เหตุการณ์คล้ายๆกัน แต่ผลตอบรับดูเหมือนจะแตกต่างกัน เพราะหลังจากเปิดตัว Windows Phone 7 ออกมาปุ๊บปรากฎว่า เกิดกระแสทั้งยอมรับและไม่ยอมรับแบบแบ่งรับแบ่งสู้กัน
ตอนเปิดตัว Pocket PC ครั้งแรก ไมโครซอฟท์ชูจุดขาย 3 เรื่องด้วยกันคือ อันดับแรก ความบันเทิงเคลื่อนที่ ฟังเพลง MP3 และดูไฟล์ VDO ได้แบบไม่ต้องแปลง อันดับสองคือเรื่องของการใช้งาน ไมโครซอฟท์ออฟฟิศแบบเต็มรูปแบบ และอันดับสามการติดต่อสื่อสารสนทนาผ่านทาง MSN แต่ในครั้งนี้ Windows Phone 7 ชูเน้นจุดขายไปทาง Social Networking แทน ต้องรอดูครับว่ามันจะรอดหรือไม่ และยิ่งมีคู่แข่งเพียบแบบนี้ งานนี้เหนื่อยจริงๆครับ
ก็ออกมาอย่างเป็นทางการเเล้วนะครับ สำหรับตัวอัพเดท Mango หรือที่เราเรียกกันจนคุ้นว่า Windows Phone 7.5 (ตัวก่อนหน้า NoDo คือ 7.1) การอัพเดทครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ เพื่อให้ตัว WP7 ใช้งานได้สมบูรณ์มากขึ้น ดังนั้นหน้าตาของ OS จะยังคงเหมือนเดิมอยู่
ฟีเจอร์ใหม่ที่เด่นๆ มีดังนี้

Internet Explorer 9 เปลี่ยน URL Bar มาไว้ด้านล่างเเทน

เเอพภายนอกสนับสนุนฟีเจอร์ “Live Tile” มากขึ้นนอกจากเเอพของตัวระบบปฏิบัติการเอง

เราสามารถกรุ๊ปคนใน People Hub ไว้เป็นกลุ่มๆ ได้เเล้ว จากเดิมที่ถ้าใครเพื่อนเยอะๆ ที่ลิสจะยาวเป็นหางว่าวเลย

รายละเอียดในกรุ๊ป

หน้าตาเวลา Multitask
กำหนดการออก : เดือนกันยายน
เครื่องที่สนับสนุน : Windows Phone 7 ก่อนหน้าทั้งหมด HTC HD7, HTC Mozart, Samsung Omnia 7, LG Optimus 7 เพราะเครื่องต้นเเบบที่นำมาใช้คือ Asus E600 ที่เป็นเครื่องต้นเเบบของ Windows Phone ชุดเเรกๆ ดังนั้นใครที่จะซื้อ Mozart หรือ HD7 ในไทยก็ไม่ต้องกลัวไปครับ
ที่เจ็บปวดคือ ยังไม่มีภาษาไทยเพิ่มเข้ามาครับ ความหวังของมุษยชาติจบสิ้นเเล้ว ยังคงต้องใช้ตัวภาษาไทยโม ต่อไป…

ฟัง ชื่อนี้แล้วคงจะงงไม่ใช่น้อยว่ามันคืออะไร มันคือระบบปฎิบัติการตัวใหม่ที่จะมาแทนระบบปฎิบัติการ Windows Mobile ที่เราใช้ๆกันอยู่นั่นแหละครับ หากจะบอกว่ามันเป็นการจับเอา Windows Mobile มาปรับปรุงใหม่ใช่หรือไม่? คำตอบคือไม่ใช่ครับ เพราะมันเป็นระบบปฎิบัติการตัวใหม่ของทางไมโครซอฟท์ ที่ออกแบบใหม่หมด แบบแกะกล่องแทบไม่เหลือเรื่องราวในอดีตเอาไว้เลย เพราะฉะนั้นเราคงต้องลบความทรงจำของ Windows Mobile ออกไปให้หมด เพราะ Windows Phone 7 Series คือระบบปฎิบัติการที่ออกแบบใหม่ เหมือนกับ Palm ที่ออกแบบ Web OS หรือ Google ที่สร้าง แอนดรอยด์ขึ้นมาใหม่ ซึ่งในปีนี้พอเห็นสถานการณ์แบบนี้ ก็พอเดาได้เลยว่าในปีนี้คือศึกสงครามของระบบปฎิบัติการที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่เคยมีมา เมื่อในอดีตแค่ Palm รบกับ Pocket PC แต่ในปีนี้มันมีหลากหลายระบบปฎิบัติการที่เข้ามาสู้รบตบมือกัน ไม่ว่าจะเป็น แอนดรอยด์ , iPhone OS และอีกสารพัดในตลาดเวลานี้ มันทำให้ผู้ใช้นั้นเริ่มแตกและมีทางเลือกมากขึ้น
Windows Phone 7 Series เป็นระบบปฎิบัติการที่ออกแบบมาแบบเรียบๆง่ายๆไม่เน้นความสวยงามที่กิน ทรัพยากรอีกต่อไป โดยตัวพวกระบบกราฟฟิคที่ไม่จำเป็นออกไปเกือบหมด โดยยึดคอนเซ็บที่ว่า PDA Phone ต้องสามารถทำงานได้คล้ายคลึงกับ PC ที่เราใช้งานกันอยู่โดยไม่พลาดการติดต่อในรูปแบบ Social network ที่เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆในชิวิตประจำวันของเราได้ตลอดเวลา การออกแบบของ Windows Phone 7 Series เรียกได้ว่าฉีกแนวจากระบบปฎิบัติการต่างๆในปัจจุบันโดยสิ้นเชิง คล้ายๆตอนที่ Apple เปิดตัว iPhone ตัวแรกที่เล่านเอาหลายๆคนตาค้างกับความสามารถของระบบปฎิบัติการบน iPhone และใน Windows Phone 7 Series นี้ก็เช่นกันเพราะมันออกแบบกันใหม่หมด เรียกได้ว่ารื้อบ้านเก่าทิ้งทั้งหลังแล้วสร้างกันใหม่หมด หมดยุคการต่อเติมอีกต่อไป โดยอินเตอร์เฟสที่ใช้ในระบบปฎิบัติการใหม่นี้ จะคล้ายๆกับเครื่อง Zune HD ผสมกับเมนูของเครื่อง Xbox โดยการทำงานส่วนใหญ่ของระบบปฎิบัติการใหม่นี้จะเน้นไปทาง Social Networking เสียค่อนข้างเยอะ โดยดึงหน้าตาของ Contact page มาโชว์และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยรูปแบบ Content ต่างๆที่เรียกขึ้นมาโชว์นั้นจะเน้นไปทางสไตล์ Could content ซึ่งเป็นการดึงข้อมูลต่างๆผ่านทางอินเตอร์เน็ตเสียเป็นส่วนใหญ่ หากมองไปแล้วคอนเซ็ปรูปแบบก็จะคล้ายๆกับ แอนดรอยด์ ที่ต้องเชื่อมต่อเครื่องเอาไว้ตลอดเวลา แล้วอาศัยการดึงข้อมูลที่อัพเดทต่างๆมาโชว์บนเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่าต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสุงเป็นตัวช่วยก่อนเลย อันดับแรก ในบ้านเราคงจะเหนื่อยกันน่าดูแหละคราวนี้


ปุ่ม การทำงานหลักๆของเครื่องจะใช้เพียงแค่ 3 ปุ่มเท่านั้นคือ ปุ่ม Back ปุ่มหน้าจอหลัก และปุ่ม Search และแน่นอนว่า เวลาการอวสานของ Stylus ได้มาถึงเรียบร้อยแล้ว เพราะการออกแบบปุ่มต่างๆของ Windows Phone 7 Series นั้นปุ่มจะค่อนข้างใหญ่สามารถใช้นิ้วแตะได้ทันที การจัดเรียงหน้าจอของ Windows Phone 7 Series จะลักษณะคล้ายๆกับเวลาเราไปยืนหน้ากระดานประกาศข้อความต่างๆที่คนติดเอาไว้ อยากรู้เรื่องไหนก็ใช้นิ้วแตะที่ปุ่มขนาดยักษ์แล้วเข้าไปใช้งานได้ทันที เช่นหากต้องการฟังเพลงหรือดู VDO ก็สามารถเลื่อนหน้าจอไปที่ปุ่ม Zune ซึ่งจะมีหน้าตาคล้ายกับเมนูบนเครื่อง Zune ส่วนใหญ่การทำงานนั้นจะค่อนข้างเน้นไปเรื่องการอัพเดทข้อมูลที่ฉับไวตลอด เวลา เช่นการเข้าเมนู People เราสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆเรา เช่นหากเค้ามีการอัพเดทรูปต่างๆเพิ่มเติม มันก็จะโชว์บนเมนู What s new เพื่อติดตามได้อย่างง่ายดาย
หลังจากดูการเปิดตัวระบบปฎิบัติการ Windows Phone 7 Series แล้วผมว่าหลายๆคนน่าจะมีทั้งชอบและไม่ชอบ เพราะหากดูผ่านๆมันเหมือนกับว่าระบบปฎิบัติการตัวใหม่นี้แม้จะดูใช้ง่ายก็ จริง แต่เหมือนกับว่าความสามารถต่างๆของมันมักจะเน้นไปทางออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ รูปแบบการออกแบบดูแข็งๆไปสักนิดตามคอนเซ็ปที่ต้องการให้ระบบปฎฺบัติการใหม่ นี้ใช้งานได้ง่าย ลดความไม่จำเป็นออกไปเสียเยอะ แต่อย่างไรก็ตามการเปิดตัวของ Windows Phone 7 Series นี้น่าจะเป็นจุดทางเลือกใหม่ ที่น่าสนใจอย่างน้อย งานนี้ก็ไม่มีการไปลอกคอนเซ็ปหรือทำเลียนแบบระบบปฎิบัติการอื่นๆในตลาด เพราะมาแบบแกะกล่องยกระบิจริงๆครับงานนี้ สำหรับ Windows Phone 7 Series คาดว่าจะเริ่มลงตลาดประมาณกลางๆปีนี้แหละครับ แต่มันจะเกิดหรือเปล่านั้นต้องคอยติดตามกันต่อไป สำหรับใครที่เป็นขา Social Networking ผมว่างานนี้อมยิ้มไปตามๆกันแน่นอน


Credit by www.specphone.com